คีลอยด์ คือ “แผลเป็นนูน” ที่เกิดจากร่างกายสร้างคอลลาเจนมากเกินไปหลังผิวหนังบาดเจ็บ ทำให้แผลนูน โต และล้ำออกนอกขอบแผลเดิม ต่างจากแผลเป็นทั่วไปที่มักแบนลงตามเวลา
จุดที่พบบ่อย ได้แก่ หน้าอก หัวไหล่ หลัง กราม ติ่งหู (หลังเจาะหู)
อาการของคีลอยด์คือ แผลนูน/แข็ง คัน หรือเจ็บ สีแดง/ชมพู หรือคล้ำ และยังโตต่อเนื่องแม้แผลหายแล้ว
สาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดคีลอยด์
• ผ่าตัด
• สิวอักเสบรุนแรง
• เจาะหู
• แผลไฟไหม้
• อุบัติเหตุ
• วัคซีน/ฉีดยาบางตำแหน่ง
ใครเสี่ยงเป็นคีลอยด์?
• คนที่มีประวัติครอบครัว
• ผิวเข้ม
• อายุช่วงวัยรุ่น–วัยทำงาน
• คนที่เคยเป็นคีลอยด์มาก่อน
วิธีรักษาคีลอยด์ ขึ้นกับขนาดและความรุนแรง เช่น
1. ฉีดยาลดคีลอยด์
ช่วยให้แผลนุ่ม แบน และลดคัน
2. เลเซอร์ลดรอยแดง
ช่วยลดสีแดงและอาการอักเสบ
3. แผ่นซิลิโคน / Silicone gel
เหมาะกับแผลใหม่ ช่วยลดโอกาสนูนเพิ่ม
4. กดทับ (Pressure therapy)
ใช้บ่อยในคีลอยด์ติ่งหู
5. ผ่าตัดร่วมกับการป้องกัน
กรณีขนาดใหญ่ แต่ถ้าผ่าอย่างเดียวมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูง
👩⚕️แพทย์ประจำคลินิก
พญ.แสงระวี ลัดดาชยาพร (หมอหลิว)
เลขประกอบวิชาชีพ 44227
แพทย์ประจำโรงพยาบาลมะเร็งลำปาง
ประสบการณ์ด้านความงาม 10 ปี
#ได้รับการฝึกอบรมจาก
- สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย
- สำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กรุงเทพฯ
- Cadaver course ภาควิชากายวิภาคศาสตร์
คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล
- โครงการสัมฤทธิบัตร วิทยาศาสตร์เครื่องสำอางค์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- Work shop ที่ประเทศเกาหลีใต้ และสิงคโปร์
- งานอบรม Update ด้านความงามมากมาย
เวลาทำการคลินิก: ตามปฏิทินคลินิก
แผนที่ปักหมุด https://maps.app.goo.gl/qenc1UZRagBJWryBA
เบอร์โทร 084-1504136
Line: @sangraweeclinic
Youtube: https://youtube.com/@sangraweeladdachayaporn7969?si=UNVEyVWvVtHOhLUd
Tiktok: https://www.tiktok.com/@sangraweeclinic_lampang?_t=ZS-8y9woCCVQvJ&_r=1
Website: https://sangraweeclinic.blogspot.com/
